10 ที่เที่ยวโครเอเชีย เที่ยวชิคๆ สไตล์ยุโรปคลาสสิก ที่ต้องห้ามพลาด!

โครเอเชียประเทศเล็กๆ แต่เต็มเปี่ยมไปด้วยที่เที่ยวสไตล์คลาสสิก มีแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อมากมายทั้งธรรมชาติและวัฒนธรรม

ถ้าพูดถึงโครเอเชีย แน่นอนว่าภาพแว๊บแรกที่เข้ามาในหัวคือเมืองที่มีหลังคาสีส้มตัดกับน้ำทะเลสีฟ้า เมืองสไตล์ยุโรปคลาสสิก จึงเป็นเหตุผลที่ซีรีย์ดังอย่าง Game of Thrones ใช้เป็นสถานที่ถ่ายทำในหลายๆฉาก นอกจากความตื่นตาทางวัฒนธรรมแล้ว โครเอเชียยังมีสถานที่เที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจอยู่มากมาย รวมถึงแนวชายฝั่งทะเลและหมู่เกาะในทะเลเอเดรียติก เป็นต้น ซึ่งเราจัดอันดับ 10 สถานที่เที่ยวโครเอเชีย ที่คุณต้องห้ามพลาดไว้แล้วดังนี้

1. ดูบรอฟนิก (Dubrovnik)

ดูบรอฟนิก (Dubrovnik) เป็นเมืองยอดนิยมที่สุดของนักท่องเที่ยวทั่วโลกที่ได้มาเยือนโครเอเชีย ดูบรอฟนิกอยู่ทางใต้สุดของประเทศติดกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียน มีเมืองเก่าสไตล์คลาสสิกที่จะทำให้คุณคุ้นตา เพราะเป็นเมืองที่ใช้ถ่ายทำซีรีย์ Game of Thrones รวมถึงฉากสำคัญอย่าง Walk Of Shame เมือง Dubrovnik เป็นหนึ่งในเมือง มรดกโลกของยูเนสโก สถาปัตยกรรมจะได้กลิ่นอายคล้ายเวนิสอย่างมาก เพราะประเทศนี้ หลายๆ เมืองเคยเป็นเมืองขึ้นของเวนิสนั่นเอง ขณะที่นอกเขตเมืองเก่านั้น จะมีชายหาดอันงดงามที่เป็นสถานที่ยอดนิยมของนักท่องเที่ยว ไม่แปลกที่เมืองนี้ได้ฉายาว่า “ไข่มุกแห่งทะเลเอเดรียติก” นั้นเอง

2. พลิทไวซ์ (Plitvice Lakes)

อุทยานแห่งชาติพลิทไวซ์ ประเทศโครเอเชีย เป็นอุทยาแห่งชาติที่สมบูรณ์มาก จนได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกโดยองค์การ UNESCO เมื่อปี 1979 จุดเด่นของอุทยานแห่งนี้ คือ ทะเลสาบ 16 แห่งที่เชื่อมถึงกัน ทะเทสาบสีฟ้ามรกตระยิบระยับแทรกด้วยน้ำตกเล็กใหญ่ไหลรินเป็นสาย มีเส้นทางให้เดินชมธรรมชาติกันเต็มอิ่มเลยทีเดียว พลิทไวซ์สามารถเที่ยวได้ทุกฤดู ซึ่งหากไปฤดูใบไม้ร่วงก็จะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสีตัดกับสีฟ้าของทะเลสาบสวยงามอย่างยิ่ง อุทยานแห่งชาติพลิทไวซ์จัดว่าเป็นธรรมชาติที่สวยที่สุดของประเทศและทวีปยุโรปเลยทีเดียว

3. ฮวาร์ (Hvar)

ฮวาร์ (Hvar) เป็นเกาะติดกับทะเลอาเดรียติค ซึ่งเกาะแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวช่วง Summer โดยไฮไลท์ของที่นี่ คือ กำแพงสมัยศตวรรษที่ 13 และจัตุรัสยุคเรเนซองส์ที่ติดอันดับสวยที่สุดของประเทศ นอกจากความสวยสไตล์คลาสสิกแล้ว ยังมีกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ปีนผา และชายหาดอันสวยงาม รวมถึงไร่องุ่นที่เป็นแหล่งผลิตไวน์แห่งเมืองฮวาร์ และหากอยากสัมผัสบรรยากาศสงบๆ ใกล้กันก็มีเรือข้ามเกาะไปยัง Pakleni อีกด้วย

4. โรวีน (Rovinj)

โรวีน (Rovinj) เป็นเมืองท่าตั้งอยู่ทางชายฝั่งตะวันตกของคาบสมุทรสมุทรอิสเตรีย ในเขตเมืองเก่าจะเห็นยอดหอคอยตั้งอยู่บนแหลมเด่นตระหง่าน และอาคารบ้านเรือนรายล้อมไปจนถึงริมทะเล คุณจะได้สัมผัสบรรยากาศชิคๆ ถนนแคบๆ ที่ปูด้วยหินลัดเลาะไปตามแหล่งที่อยู่อาศัยไปจนถึงหอนาฬิกาสมัยศตวรรษที่ 12 โบสถ์เซนต์อุฟเฟเมีย (St. Euphemia’s Basilica) สวยงามสไตล์บารอก ถัดลงมาทางตอนใต้ของเมืองเก่าคือ Lone Bay ซึ่งเป็นชายหาดกรวด มีโขดหินริมฝั่งมากมาย นอกจากนี้ยังมีร้านขายของและหอศิลป์อยู่หลายที่ในแถบถนน ถนนคาร์เรร่า (Carrera Street) นับว่าเป็นอีกเมืองที่ชิวไม่แพ้เมืองอื่นเลยทีเดียว

5. คอร์ชูลา (Korcula)

Korcula

หากคุณรู้จัก มาร์โก ​โปโล (Marco Polo) พ่อค้า นักเขียนและนักสำรวจผู้มีชื่อเสียงชาวอิตาลีแล้วละก็ ที่นี่คือบ้านเกิดของเขา คอร์ชูลา (Korcula) มีธรรมชาติที่ค่อนของสมบูรณ์ ป่าไม้เขียวชอุ่ม สวนโอลิฟ ไร่องุ่น หาดทรายริมทะเลและหมู่บ้านที่มีเสน่ห์

6. พูลา (Pula Arena)

Pula Arena

เมืองพูลาซึ่งตั้งอยู่ปลายสุดทางตะวันตกของคาบสมุทรอิสเตรียในทะเลเอเดรียติก มีอัฒจันทร์โบราณใหญ่เป็นอันดับ 6 สมัยอณาจักรโรมันที่ยังคงหลงเหลืออยู่ เป็นจุดหมายปลายทางยอดนิยมที่ดึงดูดผู้คนจำนวนมาก ในอดีตผู้คนจะเดินทางยังอัฒจันทร์ เพื่อดูการต่อสู้มีทั้งการต่อสู้ระหว่างคนกับคน หรือกระทั่งคนกับสัตว์ ในปัจจุบันสถานนี้แห่งนี้มักถูกใช้ในงานจัดแสดงช่วงฤดูร้อน

7. สปลิท (Split)

สปลิท (Split) เป็นเมืองใหญ่ที่สุดอันดับสองของประเทศ สถานที่เที่ยวยอดนิยมเมืองนี้ คือ พระราชวังไดโอคลีเชียน (Diocletian’s Palace) สร้างโดยจักรพรรดิแห่งโรมัน เพื่อเตรียมไว้สำหรับอยู่อาศัยเมื่อยามสละบัลลังก์ นอกจากนี้แล้วยังมีแหล่งช้อปปิ้งที่กรีนมาร์เก็ต (Green Market) และยังมีหาดบัคไวซ์ (Bacvice Beach) ให้คุณได้พักผ่อนเล่นน้ำอีกด้วย

8. ซาดาร์ (Zadar)

Zadar

ซาดาร์ (Zadar) เป็นเมืองที่เงียบสงบ ไม่เหมือนเมืองท่องเที่ยวแห่งอื่นๆ โดยเมืองซาดาร์นั้นมีอายุกว่า 3,000 ปี มีเมืองเก่าสไตล์โรมันและอาคารบ้านเรือนสมัยยุคกลาง รวมถึงโบสถ์เก่าอีกมากมาย ด้วยความที่เมืองนั้นติดกับทะเล กิจกรรมที่นิยมนอกจากชมเมืองแล้ว ยังสามารถว่ายน้ำ อาบแดด ตามชายหาดได้อีกด้วย

9. ซาเกร็บ (Zagreb)

ได้พบกับเมืองท่องเที่ยวอื่นๆ ไปแล้วมาพบกับเมืองหลวงของประเทศโครเอเชียกันบ้าง ซาเกร็บ (Zagreb) เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของโครเอเชีย ตั้งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศ เป็นศูนย์กลางวัฒนธรรม การศึกษาและการเมือง สถานที่ท่องเที่ยวของซาเกร็บ จะเน้นไปทางพิพิธภัณฑ์ซึ่งนับว่าใหญ่ที่สุดในประเทศ แกลเลอรี ร้านอาหารขึ้นชื่อ รวมถึงแหล่งช้อปปิ้ง

10. อุทยานแห่งชาติครึกคา (Krka National Park)

อุทยานแห่งชาติครึกคา (Krka National Park)

อันดับสุดท้าย อุทยานแห่งชาติครึกคา (Krka National Park) มีชื่อเสียงจากน้ำตกสกราดินสกี บูค (Skradinski Buk) มีความสูงประมาณ 37.5 เมตร และธรรมชาติอันสมบูรณ์ โดยตั้งอยู่ตามแนวแม่น้ำครึกคา (Krka River) ด้วยความเป็นธรรมชาติและความสวยงามของน้ำตก ไม่แปลกใจที่ได้ขนานนามว่าเป็นน้ำตกที่สวยที่สุดในยุโรปเลยทีเดียว

ครบ 10 อันดับที่เราได้แนะนำไปหวังว่าจะทำให้เพื่อนๆ ที่กำลังอยากจะไปเที่ยวโครเอเชีย มีไอเดียและสถานที่เที่ยวในใจกันได้บ้างนะครับ ยิ่งช่วงฟุตบอลโลก 2018 ในช่วงนี้โครเอเชียได้เข้าชิงด้วยแล้ว น่าจะทำให้ใครหลายคนได้ลองหาข้อมูลและอยากไปประเทศโครเอเชียกันมากขึ้น หากไม่อยากพลาดข้อมูลการท่องเที่ยวอื่นๆ ติดตามเราได้ที่ Facebook หรือ Twitter รวมถึงติดตามภาพสวยๆได้ที่ Instagram ของเรานะครับ ขอบคุณครับ

เขียนโดย

TRAVOSTORY

เพราะการเที่ยวไม่ใช่เพียงแค่ออกไปพักผ่อน แต่เป็นการออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต เราจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์นั้น