ธรรมชาติบำบัดกับ 10 ที่เที่ยวญี่ปุ่นสำหรับคนรักธรรมชาติ

ที่เที่ยวญี่ปุ่นส่วนใหญ่ที่เราคิดถึงกันก็คือภูเขาไฟฟูจิ ซึ่งจริงๆ แล้วญี่ปุ่นยังมีที่เที่ยวธรรมชาติที่สวยงามอีกหลายแห่งให้เราได้เที่ยวกัน

หลายๆ คนคงเคยมีโอกาสไปเที่ยวญี่ปุ่นกันมาหลายรอบแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่อาจจะไปเที่ยวกันในเมืองซะเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้วญี่ปุ่นยังมีธรรมชาติที่สวยงามอีกมากมาย บทความนี้จะมาแนะนำ 10 สถาน ที่เที่ยวญี่ปุ่น สายรักธรรมชาติ เพิ่มความสดชื่นให้ชีวิตกัน

1. Hitachi Seaside Park

ที่แรก Hitachi Seaside Park สวนดอกไม้สีสรรค์หวานแหววเพลินตา จะเห็นทุ่งดอก Nemophila สีฟ้าตระการตา ในพื้นที่ที่กว้างขวางมากๆ เป็นเนิ่นเขาสลับขึ้นไปให้เราได้เดินถ่ายรูปกันเต็มที่ โดยปกติแล้วทุ่งดอก Nemophila จะเริ่มบานช่วง เมษายน และจะบานเต็มที่เดือน พฤษภาคม ของทุกปี

หากใครที่ชอบดอกไม้อยู่แล้ว คงจะเดินถ่ายรูปได้เป็นวันเลยล่ะ นอกจากดอกไม้แล้ว Hitachi Seaside Park ก็มีโซนที่เป็นเครื่องเล่นและโซนช้อปปิ้งให้เลือกซื้อของฝาก ของกิน รวมถึงเมล็ดพันธุ์ดอกไม้ด้วย

2. Furano

ฟุระโนะ (Furano) เป็นเมืองบนเกาะฮอกไกโด (Hokkaido) มีวิวธรรมชาติที่สวยงามและอากาศดีสุดๆ สถานที่ที่เราจะมาแนะนำก็คือ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ ณ “ฟาร์มโทมิตะ (Farm Tomita)” ฟาร์มแห่งนี้เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยว โดยฤดูท่องเที่ยวของฟาร์มนี้คือช่วงฤดูร้อน

ไฮไลท์ของฟาร์มโทมิตะ คือ ทุ่งดอกลาเวนเดอร์หลากหลายสายพันธุ์และทุ่งดอกไม้ 7 สี ที่ส่งกลิ่นหอมชวนหลงไหล ช่วยบำบัดจิตใจได้เป็นอย่างดี รวมถึงยังมีไอศครีมที่ทำจากดอกลาเวนเดอร์ และผลิตภัณฑ์ที่ทำจากลาเวนเดอร์อีกมากมาย ให้เราเลือกซื้อไว้เป็นของฝากกันอีกด้วย

3. Shiraito Falls

น้ำตกชิราอิโตะ (Shiraito Waterfall) ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ใน 1 ใน 100 น้ำตก ในประเทศญี่ปุ่น รวมถึงยังได้รับขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกพร้อมกันกับภูเขาไฟฟูจิในปี 1990 อีกด้วย น้ำตกถูกล้อมรอบด้วยต้นไม้ อากาศรอบน้ำตกเย็นสบาย มีละอองจากน้ำตกช่วยผ่อนคลายเป็นอย่างดี แม้จะเป็นช่วงกลางฤดูร้อนก็ตาม ตัวน้ำตกมีน้ำไหลลงมา 180 องศา ยิ่งถ้าเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสีก็จะสวยงามสุดๆ เลย

4. Jigokudani Monkey Park

สวนลิงจิโกคุดานิ (Jigokudani Monkey Park) ตั้งอยู่ท่ามกลางหุบเขาจิโกคุดานิ (Jigokudani valley) เป็นบ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติที่มีเหล่าเจ้าลิงป่าลงมาอาบน้ำกัน รวมถึงยังเป็นที่อยู่อาศัยของลิงหิมะชนิดนี้อีกด้วย ส่วนใหญ่ลิงพวกนี้จะคุ้นเคยกับมนุษย์อยู่แล้ว แต่แม้จะคุ้นเคยแค่ไหนก็ห้ามไปจับเด็ดขาดนะ ดูแต่ตาเฉยๆ ก็พอ

5. Nachi Falls

เจดีย์สามชั้นวัด Seigantoji นี้ ที่มีฉากหลังเป็นน้ำตก Nachi Falls โดยวัด Seigantoji เป็นวัดเก่าแก่ของ Wakayama ได้ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจากองค์การ UNESCO ในปี 2004 ส่วนใหญ่แล้วสถานที่แห่งนี้คนไทยไม่ค่อยนิยมไปเที่ยวกัน เพราะมันไกลมาก และต้องใช้เวลาเดินขึ้นไป แต่ก็แรกมากับความสวยงามของมันนั่นล่ะนะ

6. Nikko Futarasan Shrine

ที่ ศาลเจ้าฟูทาระซัง (Futarasan Shrine, Nikko) เป็นวัดที่มีความเก่าแก่และสวยงามอย่างมาก โดยเราจะได้เห็นสะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) หรือสะพานศักดิ์สิทธิ์ ตั้งอยู่ ณ ประตูทางเข้าศาลเจ้าและวัดนิกโก้ ซึ่งเขาว่ากันว่าเป็น 1 ใน 3 สะพานที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลย ถ้าไปช่วงใบไม้เปลี่ยนสี เราจะได้เห็นสีสรรค์ของใบไม้สลับกับลำธารที่ไหลผ่านใต้สะพาน สวยงามสุดๆ 

7. Mt. Aso

ภูเขาไฟอะโซะ (Mt. Aso) ตั้งอยู่ในใจกลางเกาะคิวชู (Kyushu) ในจังหวัดคุมาโมโต้ (Kumamoto) ซึ่งเป็นภูเขาไฟยังไม่ดับ จัดว่าเป็นภูเขาไฟที่ติดอันดับใหญ่ที่สุด ก่อนไปควรเช็คสถานะของปล่องภูเขาไฟทุกครั้ง เพราะบางครั้งก๊าซพิษจะเยอะเป็นพิเศษ ผู้ที่เป็นโรคเกี่ยวกับทางเดินหายใจควรหลีกเลี่ยง บรรยากาศโดยรอบภูเขาก็สวยงามไม่แพ้กัน จะเป็นชนบทและนาข้าวกระจายก็รอบๆ นอกของภูเขาไฟ จัดว่าเป็นอีกสถานที่ที่น่าไปพักผ่อนชมธรรมชาติ

8. Senjogahara

ที่ลุ่มเซนโจงาฮาระ (Senjogahara Marshland) เป็นอีกสถานที่ที่ให้เราได้เดินชมธรรมชาติกัน โดยฤดูที่น่าเที่ยวคือช่วงใบไม้รร่วงในเดือนตุลาคมใบไม้จะเปลี่ยนเป็นสีเหลืองทอง เป็นเส้นทางที่เป็นพื้นที่ลุ่ม มีวิวภูเขาสลับกับการเดินเรียบไปตามแม่น้ำ โดยจะใช้เวลาเดินประมาณ 2-3 ชม เป็นอย่างน้อย

9. Road of Laputa

เส้นทางสู่ขอบฟ้า Road to Laputa เป็นจุดชมวิวบริเวณภูเขาอะโสะ เราจะได้เห็นวิวกว้างสุดลูกหูลูกตาและมีเส้นถนนพาดผ่านภูเขา ในช่วงเช้าๆ สามารถชมทะเลหมอกได้อีกด้วย โดยเส้นทางนี้จำเป็นที่จะต้องขับรถมาเอง เพราะไม่มีระบบขนส่งสาธารณะผ่าน นับว่าเป็นสถานที่ธรรมชาติบำบัดอย่างแท้จริง

10. Takeda Castle

ปราสาทลอยฟ้า ทาเคดะ (Takeda Castle) ได้ขึ้นชื่อว่าเป็น มาชู พิกชูแห่งญี่ปุ่น (Machu Picchu of Japan) ตัวปราสาทสร้างอยู่บนยอดเขาที่มักจะมีหมอกปกคลุม ทำให้ถูกขนานนามว่าเป็นปราสาทลอยฟ้า โดยปัจจุบันปราสาทดังกล่าวจะเหลือเพียงเศษซากเท่านั้น แต่บรรยากาศโดยรวมก็ทำให้สถานที่แห่งนี้ยังคงดูสวยงามแปลกตาได้อยู่ดี

จบไปแล้วกับ 10 สถานที่เที่ยวญี่ปุ่นสำหรับคนรักธรรมชาติ จริงๆ แล้วยังมีสถานที่ธรรมชาติของญี่ปุ่นที่สวยงามอีกหลายที่เลย ซึ่งบางที่นั้นจำเป็นจะต้องเดินเท้าเข้าไป เหมาะกับสำหรับสายลุย หากเพื่อนๆ อยากไม่อยากพลาดบทความท่องเที่ยวสามารถติดตามเราได้ที่ Facebook เพจ Travostory ฝากกด Like กันด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

เขียนโดย

TRAVOSTORY

เพราะการเที่ยวไม่ใช่เพียงแค่ออกไปพักผ่อน แต่เป็นการออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ให้ชีวิต เราจึงอยากแบ่งปันประสบการณ์นั้น